ปลากัดมีอิทธิพลต่อสังคมไทยในสมัยก่อนมาก ผู้ที่ชอบการกัดปลา เรียกว่า “นักเลงปลา” โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านศัพท์และสำนวนที่ใช้กัน เช่น “กระโดง” หมายถึงครีบหลัง “ตะเกียบ” หรือ “ทวน” หมายถึงครีบท้อง “ชายน้ำ” หมายถึง ปลายครีบก้น “เขม่า” หมายถึง ลักษณะปนเปื้อนของสีที่คล้ายรอยประอยู่ภายนอก “ไล่น้ำ” หมายถึงการเอาปลาปล่อยลงในน้ำวนให้ปลาออกกำลังว่ายทวนน้ำ มักทำในอ่างปากกว้าง แล้วเอามือกวนให้น้ำวนก่อนปล่อยปลาลงไป “ปลาป่า” หรือ “ปลาลูกทุ่ง” หมายถึง ปลากัดที่อยู่ในแหล่งธรรมชาติ ในท้องนา หนอง คลอง บึง “ลูกสังกะสี” หมายถึง ลูกผสมระหว่างปลาลูกหม้อกับปลาป่า “ลูกแท้” หมายถึง ลูกปลากัดที่เกิดจากการผสมระหว่างพ่อแม่ที่เกิดในครอกเดียวกัน และ “ลูกสับ” หมายถึงลูกปลากัดที่เกิดจากการผสมระหว่างพ่อแม่ที่เกิดต่างครอกกัน
ภาษาและคำศัพท์ต่างๆ ที่ใช้กันในหมู่นักเลงปลาอีกหลายคำ ได้กลายเป็นคำที่นำมาใช้ในสังคมไทยอย่างแพร่หลาย เช่นคำว่า ลูกหม้อ ซึ่งหมายถึงผู้ที่มีกำเนิดผูกพันอย่างแท้จริง มาจาก “ปลาลูกหม้อ” ที่คัดสายพันธุ์ เลือกสรรลักษณะมาอย่างต่อเนื่อง ลูกไล่ ซึ่งหมายถึงคนที่ไม่สู้คน ถูกข่มอยู่ตลอดเวลา มาจาก “ปลาลูกไล่” ซึ่งเป็นปลากัดที่ไม่ยอมสู้ปลาตัวอื่น และถูกนำมาใช้ในการซ้อมปลาที่จะลงแข่งขันให้ไล่ออกกำลัง ก่อหวอด หมายถึงการคิดกระทำมิดีมิร้าย นำมาจากอาการเตรียมการของปลากัดตัวผู้ที่วางแผนจะผสมพันธุ์ปลาตัวเมีย โดยเตรียมก่อหวอดสร้างรังไว้ก่อน ถอดสี ซึ่งหมายถึงอาการตกใจ ไม่สู้ ยอมแพ้ มาจากอาการที่สีเข้มของปลากัดจะจางลงเมื่อไม่สู้หรือยอมแพ้ และติดบิด ซึ่งนำมาใช้ในภาษามวยที่นักมวยต่อยแล้วกอดกันแน่น ก็มาจากอาการการต่อสู้ของปลากัดที่เมื่อตัวหนึ่งพุ่งเข้ามากัดอย่างแรง และอีกตัวหนึ่งประสานปากเข้ากัดรับ คาบติดกันแน่นบิดกัดติดกันอยู่ช่วงหนึ่งก่อนจะปล่อยหลุด คำเหล่านี้ในปัจจุบันได้นำมาใช้ในชีวิตประจำวันจนเป็นคำธรรมดา ซึ่งคนส่วนใหญ่จะไม่ทราบว่าแท้จริงแล้วเป็นคำศัพท์ในวงการนักเลงปลากัด

