Tools
Register Login
You are here: Home » Displaying items by tag: ปลากัด
Monday, 21 May 2012

ปลากัดภาคกลาง

Tuesday, 27 July 2010 17:14 Published in Featured

ปลากัดภาคกลาง หรือที่นิยมเรียกสั้น ๆ ว่า ปลากัด เป็นปลาน้ำจืดขนาดเล็ก มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Betta splendens อยู่ในวงศ์ Macropodinae ซึ่งอยู่ในวงศ์ใหญ่ Osphronemidae มีรูปร่างเพรียวยาวและแบนข้าง หัวมีขนาดเล็ก ครีบก้นยาวจรดครีบหาง หางแบนกลม มีอวัยวะช่วยหายใจบนผิวน้ำได้โดยใช้ปากฮุบอากาศโดยไม่ต้องผ่านเหงือกเหมือนปลาทั่วไป เกล็ดสากเป็นแบบ Ctenoid ปกคลุมจนถึงหัว ริมฝีปากหนา ตาโต ครีบอกคู่แรกยาวใช้สำหรับสัมผัส ปลาตัวผู้มีสีน้ำตาลเหลือบแดงและน้ำเงินหรือเขียว ครีบสีแดงและมีแถบสีเหลืองประ ในขณะที่ปลาตัวเมียสีจะซีดอ่อนและมีขนาดลำตัวที่เล็กกว่ามากจนเห็นได้ชัด

ขนาดโตเต็มที่ประมาณ 6 เซนติเมตร พบกระจายอยู่ทั่วไปในแหล่งน้ำนิ่งที่มีขนาดตื้นพื้นที่เล็กทั้งในภาคกลางและภาคเหนือในประเทศไทยเท่านั้น สถานะปัจจุบันในธรรมชาติถูกคุกคามจากสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปและสารเคมีที่ตกค้าง

มีพฤติกรรมชอบอยู่ตัวเดียวในอาณาบริเวณแคบ ๆ เพราะดุร้ายก้าวร้าวมากในปลาชนิดเดียวกัน ตัวผู้เมื่อพบกันจะพองตัว พองเหงือก เบ่งสีเข้ากัดกัน ซึ่งในบางครั้งอาจกัดได้จนถึงตาย เมื่อผสมพันธุ์ ตัวผู้จะเป็นฝ่ายก่อหวอดติดกับวัสดุต่าง ๆ เหนือผิวน้ำ ไข่ใช้เวลาฟัก 2 วัน โดยที่ปลาตัวผู้จะเป็นฝ่ายดูแลไข่และตัวอ่อนเอง โดยไม่ให้ปลาตัวเมียเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

[แก้] ปลากัด
เป็นปลาที่คนไทยรู้จักเป็นอย่างดีมาแต่โบราณ โดยปลากัดสายพันธุ์ดั้งเดิมจากธรรมชาติมักเรียกติดปากว่า "ปลากัดทุ่ง" หรือ "ปลากัดลูกทุ่ง" หรือ "ปลากัดป่า" จากพฤติกรรมที่ชอบกัดกันเองแบบนี้ ทำให้นิยมนำมาเลี้ยงใช้สำหรับกัดต่อสู้กันเป็นการพนันชนิดหนึ่งของคนไทย และได้มีการพัฒนาสายพันธุ์และความสามารถในชั้นเชิงการกัดจนถึงปัจจุบัน จนเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของประเทศไทยและเป็นที่รับรู้ของชาวต่างชาติในชื่อ "Siamese fighting fish"

ในปัจจุบัน ปลากัดภาคกลางได้ถูกพัฒนาสายพันธุ์ให้มีขนาดใหญ่ขึ้น มีสีสันที่สวยงามและหลากหลายขึ้น เรียกว่า "ปลากัดหม้อ" นิยมเลี้ยงในภาชนะขนาดเล็กและแคบ เช่น ขวดโหล ขวดน้ำอัดลม เป็นต้น อีกทั้งยังได้พัฒนาสายพันธุ์ในแง่ของความเป็นปลาสวยงามอีกหลายสายพันธุ์ เช่น ปลากัดจีน ที่มีเครื่องครีบยาว ปลากัดแฟนซี ที่มีสีสันหลากหลายสวยงาม ปลากัดคราวน์เทล หรือ ปลากัดฮาร์ฟมูน เป็นต้น

แหล่งที่มา : http://th.wikipedia.org

ปลากัดอีสาน

Tuesday, 27 July 2010 16:55 Published in Featured

ปลากัดอีสาน เป็นปลาน้ำจืดขนาดเล็ก มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Betta smaragdina อยู่ในวงศ์ Macropodinae ซึ่งอยู่ในวงศ์ใหญ่ Osphronemidae มีรูปร่างและพฤติกรรมคล้ายปลากัดภาคกลาง (B. splendens) แต่มีรูปร่างที่เพรียวยาวกว่า เกล็ดมีสีเขียวมากกว่าทั้งที่ข้างแก้มและลำตัว ในบางตัวอาจมีเหลือบสีฟ้า ครีบมีสีเขียวหรือฟ้าและมีลายประสีดำ

พบในแหล่งน้ำตื้นที่นิ่งและไหลเอื่อย ๆ ในพื้นที่ภาคอีสานของประเทศไทย ขนาดโตเต็มที่ประมาณ 5 เซนติเมตร

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

ปลากัดภาคใต้

Tuesday, 27 July 2010 16:08 Published in Featured

ปลากัดภาคใต้ เป็นปลาน้ำจืดขนาดเล็ก มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Betta imbellis อยู่ในวงศ์ Macropodinae ซึ่งอยู่ในวงศ์ใหญ่ Osphronemidae มีลักษณะคล้ายปลากัดภาคกลาง (B. splendens) และปลากัดอีสาน (B. smaragdina) แต่มีรูปร่างเรียวยาวและครีบหลังค่อนไปทางด้านหลังลำตัว มีพฤติกรรมก้าวร้าวน้อยกว่าปลากัดทั้ง 2 ชนิดข้างต้น มีลำตัวสีน้ำตาลอ่อนเหลือบแดงและน้ำเงิน ครีบหลังและครีบก้นสีคล้ำแดงมีแถบสีฟ้าเรืองแสง ปลายครีบก้นมีแต้มสีแดงสด มีขลิบสีขาว

พบในภาคใต้ของประเทศไทย มีขนาดยาวประมาณ 5 เซนติเมตร

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

วิธีการเพาะปลากัด

Tuesday, 27 July 2010 14:57 Published in Reviews

วิธีการเพาะปลากัดง่ายๆสไตล์ moomoobetta

ช่วงที่ 1 เรือนหอเพาะรัก
เป็นเรื่องของการเตรียมภาชนะ สำหรับเพาะปลาหากเป็นการเพาะปลา Half moon จะใส่น้ำในระดับความสูง 5 ซม.
โดยประมาณ เนื่องจากเป็นปลาที่มีครีบยาว ทำให้การเคลื่อนตัวค่อนข้างช้า และอาจจะเหนื่อยในการวิ่งไล่กวดเจ้าสาว
บวกกับต้องเก็บไข่ที่รัดได้มาใส่ไว้ในหวอดอีกด้วยยิ่งช่วงเวลาที่ต้องเลี้ยงลูกด้วยแล้วจะต้องเหนื่อยมากขึ้น เพราะต้องคอยเก็บลูกที่ตกลงพื้นภาชนะ ขึ้นมาพ่นไว้ในหวอดเกือบจะตลอดเวลา ส่วนการเพาะปลา Hm.Pk. นั้นสามารถใส่น้ำ
ได้ถึงครึ่งภาชนะที่ใช้เพาะ สำหรับตัวผู้เขียนเองใช้ภาชนะ 2 แบบ
       แบบแรกคือกะละมังขนาดเดียวกับที่ใช้ล้างผัก ผลไม้ค่ะ
       แบบที่สองก็เป็นโหลแก้วขนาด 4" x 8" x 6"
น้ำที่ใส่ก็ประมาณ 8 ซม. เพราะปลาที่มีครีบสั้นนั้น คล่องแคล่วว่องไวอยู่แล้ว จึงไม่ค่อยประสบปัญหา ดังที่กล่าวมาข้างต้นสักเท่าไหร่ (เว้นแต่จะเป็นพ่อพันธุ์ที่ อายุค่อนข้างมาก )เตรียมใบหูกวาง หรือใบมะยมล้างน้ำให้สะอาด ลอยไว้ในภาชนะที่ใช้เพาะ ใส่เกลือทะเลนิดหน่อย เพื่อฆ่าเชื้อโรคและปรับสภาพน้ำค่ะ

ช่วงที่ 2 เตรียมตัวเข้าหอ
ขั้นตอนนี้ก็นำ พ่อ+แม่พันธุ์ ที่ต้องการลงเพาะ มาอยู่รวมในภาชนะที่เตรียมไว้ โดยปล่อยพ่อพันธุ์ลงไปอย่างอิสระเพื่อสำรวจพื้นที่ส่วนแม่พันธุ์ก็ปล่อยตามลงไปติดๆ แต่ไม่อิสระค่ะต้องกักบริเวณไว้ซะก่อนโดยการนำขวดน้ำอัดลมขนาด 1.5 ลิตร ตัดหัวและท้ายออกแล้วครอบแม่พันธุ์ไว้ในนั้นทิ้งให้อยู่ด้วยกัน 1 คืนค่ะ พ่อพันธุ์ก็จะทำหน้าที่ก่อหวอดเตรียมพร้อมรับสถานการณ์หนักๆ ในวันรุ่งขึ้นอย่าลืมหากระดาษหรือแผ่นพลาสติค ปิดปากภาชนะไว้ด้วยนะคะ กันโดนลมไม่งั้นเดี๋ยวหวอดแตก พ่อพันธุ์เหนื่อยแย่เลย

ช่วงที่ 3 คู่รักจิ๊จ๊ะ ประสาข้าวใหม่ปลามัน
ขั้นตอนนี้ หลังจากผ่านมาแล้ว 1 คืน นำภาชนะที่ครอบแม่พันธุ์ไว้ออกไป แล้วก็ปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินไปตามธรรมชาติค่ะ อย่าไปรบกวนเด็ดขาด (อารมณ์เสีย) ทิ้งไว้อย่างนั้น อาจจะรักกันรุนแรงไปบ้าง ก็ทำใจนะคะ รอดูสถานการณ์ไปก่อนส่วนใหญ่แล้ว ก็จะรัดกันในวันนั้น อย่างช้าก็ 2-3 วันค่ะ หาก 3 วันแล้วยังไม่มีทีท่าว่าจะรัดกันล่ะก็แยกขึ้นดีกว่า ไม่ต้องรีบร้อนนำไปพักรักษาแผลต่างแยกกันอยู่ อาจจะเทียบกันต่อไป หรือไม่ก็เปลี่ยนคู่ค่ะ ทั้งนี้ต้องพิจารณาตามความเหมาะสมเองนะคะ

ช่วงที่ 4 สุดทางรัก
มาถึงขั้นตอนนี้ รัดกันเสร็จสิ้นแล้วก็นำแม่พันธุ์แยกขึ้นเลยค่ะขืนปล่อยไว้เดี๋ยวไข่หายหมด เพราะเธอไม่มีสัญชาตญาณ
ในการเลี้ยงดูลูก งานนี้ต้องปล่อยให้คุณพ่อแสดงฝีมือแล้วล่ะค่ะสำหรับตัวผู้เขียนเอง จะปล่อยให้พ่อปลาเลี้ยงลูกประมาณ2-3 วันค่ะ อย่างน้อยก็ให้ลูกแข็งแรงพอ ที่จะพยุงตัวไหว ช่วงนี้ไม่จำเป็นต้องให้อาหารพ่อปลาหรอกค่ะ เพราะเค้าจะสาละวนอยู่กับการดูแลเด็กๆแต่ถ้าจะให้ก็ไม่ผิดอะไร แค่นิดหน่อยก็พอ ให้เป็นพวกหนอนแดงก็ดีค่ะแต่อย่าให้ลูกน้ำเลย หากกินไม่หมดลูกน้ำจะมากินลูกปลาเป็นอาหารแทน ( เสียดาย )เมื่อเห็นสมควรแก่เวลาก็นำพ่อปลาแยกขึ้นมาเลี้ยงตามปรกติค่ะต่อจากนั้นก็อนุบาลลูกปลาต่อไป

ปลากัดมีอิทธิพลต่อสังคมไทยในสมัยก่อนมาก ผู้ที่ชอบการกัดปลา เรียกว่า “นักเลงปลา” โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านศัพท์และสำนวนที่ใช้กัน เช่น “กระโดง” หมายถึงครีบหลัง  “ตะเกียบ”  หรือ “ทวน” หมายถึงครีบท้อง “ชายน้ำ”  หมายถึง ปลายครีบก้น “เขม่า” หมายถึง  ลักษณะปนเปื้อนของสีที่คล้ายรอยประอยู่ภายนอก  “ไล่น้ำ” หมายถึงการเอาปลาปล่อยลงในน้ำวนให้ปลาออกกำลังว่ายทวนน้ำ  มักทำในอ่างปากกว้าง  แล้วเอามือกวนให้น้ำวนก่อนปล่อยปลาลงไป “ปลาป่า” หรือ “ปลาลูกทุ่ง”   หมายถึง ปลากัดที่อยู่ในแหล่งธรรมชาติ ในท้องนา หนอง  คลอง บึง  “ลูกสังกะสี” หมายถึง  ลูกผสมระหว่างปลาลูกหม้อกับปลาป่า  “ลูกแท้” หมายถึง ลูกปลากัดที่เกิดจากการผสมระหว่างพ่อแม่ที่เกิดในครอกเดียวกัน  และ  “ลูกสับ” หมายถึงลูกปลากัดที่เกิดจากการผสมระหว่างพ่อแม่ที่เกิดต่างครอกกัน

          ภาษาและคำศัพท์ต่างๆ  ที่ใช้กันในหมู่นักเลงปลาอีกหลายคำ ได้กลายเป็นคำที่นำมาใช้ในสังคมไทยอย่างแพร่หลาย   เช่นคำว่า ลูกหม้อ  ซึ่งหมายถึงผู้ที่มีกำเนิดผูกพันอย่างแท้จริง  มาจาก “ปลาลูกหม้อ”  ที่คัดสายพันธุ์ เลือกสรรลักษณะมาอย่างต่อเนื่อง  ลูกไล่ ซึ่งหมายถึงคนที่ไม่สู้คน ถูกข่มอยู่ตลอดเวลา  มาจาก “ปลาลูกไล่”  ซึ่งเป็นปลากัดที่ไม่ยอมสู้ปลาตัวอื่น และถูกนำมาใช้ในการซ้อมปลาที่จะลงแข่งขันให้ไล่ออกกำลัง ก่อหวอด หมายถึงการคิดกระทำมิดีมิร้าย  นำมาจากอาการเตรียมการของปลากัดตัวผู้ที่วางแผนจะผสมพันธุ์ปลาตัวเมีย โดยเตรียมก่อหวอดสร้างรังไว้ก่อน  ถอดสี  ซึ่งหมายถึงอาการตกใจ ไม่สู้ ยอมแพ้  มาจากอาการที่สีเข้มของปลากัดจะจางลงเมื่อไม่สู้หรือยอมแพ้  และติดบิด  ซึ่งนำมาใช้ในภาษามวยที่นักมวยต่อยแล้วกอดกันแน่น ก็มาจากอาการการต่อสู้ของปลากัดที่เมื่อตัวหนึ่งพุ่งเข้ามากัดอย่างแรง และอีกตัวหนึ่งประสานปากเข้ากัดรับ  คาบติดกันแน่นบิดกัดติดกันอยู่ช่วงหนึ่งก่อนจะปล่อยหลุด  คำเหล่านี้ในปัจจุบันได้นำมาใช้ในชีวิตประจำวันจนเป็นคำธรรมดา ซึ่งคนส่วนใหญ่จะไม่ทราบว่าแท้จริงแล้วเป็นคำศัพท์ในวงการนักเลงปลากัด

การเลี้ยงปลากัดของคนไทย

            การกัดปลานับเป็นเกมกีฬาที่นิยมกันในหมู่คนไทยมาเป็นเวลานาน อันที่จริงแล้วปลาที่ใช้ในเกมกีฬาการกัดปลาของชาวไทยนั้น นอกจากปลากัดแล้ว ยังมีปลาอีก ๒ ชนิดที่นำมากัดแข่งขันกัน คือ ปลาหัวตะกั่ว และปลาเข็ม แต่ไม่แพร่หลายและเป็นที่นิยมเท่าปลากัด ทั้งนี้เนื่องจากปลากัดนอกจากจะมีลีลาการต่อสู้ที่เร้าใจและอดทนแล้วยังเป็นปลาที่สวยงาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเวลาที่พองตัวเพื่อต่อสู้  ในระยะแรกๆ ปลากัดที่แข่งขันเป็นปลาที่จับมาจากแหล่งน้ำธรรมชาติ ต่อมาจึงได้เริ่มมีการนำปลากัดมาเลี้ยงเพื่อใช้ในการกัดแข่งขัน และเริ่มมีการผสมพันธุ์เพาะเลี้ยงปลากัด เพื่อให้ได้ปลาที่อดทน กัดเก่ง สีสวยงาม ซึ่งได้เป็นที่นิยมกันอย่างกว้างขวาง หลังจากนั้นก็มีการผสมพันธุ์ปลากัดให้เป็นปลาสวยงาม และเป็นปลาสวยงามชนิดแรกที่คนไทยนิยมเลี้ยง การเพาะเลี้ยงปลากัดจึงแบ่งออกเป็น  ๒  กลุ่มใหญ่ๆ  กลุ่มหนึ่งเป็นการเพาะเลี้ยงปลากัดเพื่อเอาไว้กัดแข่งขันเป็นการกีฬา หรือการพนัน และอีกกลุ่มหนึ่งเป็นการเพาะเลี้ยงปลากัดเพื่อเป็นปลาสวยงาม

           ในการเพาะเลี้ยงปลากัดเพื่อเอาไว้กัดแข่งขัน จะเป็นการพัฒนาสายพันธุ์ของปลากัดครีบสั้น หรือปลาลูกหม้อ เป็นหลัก เพื่อให้ได้ปลาที่กัดเก่ง อดทน และมีขนาดใหญ่ ในระยะหลังๆ ได้มีการนำปลากัดพื้นเมืองในภาคใต้มาผสมบ้าง เพื่อสร้างลูกผสมที่กัดเก่ง และมีการใช้กลวิธีการหมักปลาด้วยสมุนไพร ใบไม้ ว่าน ดินจอมปลวก และอื่นๆ  เพื่อช่วยเคลือบเกล็ดปลา  ซึ่งเชื่อกันว่าจะทำให้เกล็ดแข็งกัดเข้าได้ยาก  ควบคู่ไปกับการคัดเลือกพันธุ์
 
           ส่วนการเพาะเลี้ยงปลากัดเพื่อเป็นปลาสวยงาม  นอกจากจะพัฒนาให้ได้สีที่สวยงาม และรูปแบบใหม่ๆ แล้ว ก็ได้มีการพัฒนาสร้างสายพันธุ์ปลากัดครีบยาว ที่เรียกกันทั่วไปว่า  ปลากัดจีน ซึ่งมีครีบยาวใหญ่สวยงาม  ในระยะหลังนี้ได้มีการพัฒนารูปทรงของครีบแบบต่างๆ และมีการพัฒนาปลากัดครีบสั้นให้เป็นปลาสวยงาม โดยพัฒนาสีสันให้สวยขึ้น และพัฒนาปลาลูกหม้อให้มีสีใหม่ๆ จนในที่สุดก็มีการผสมระหว่างปลากัดครีบสั้นกับปลากัดครีบยาว เพื่อสร้างลักษณะที่สวยงาม
  
          เมื่อก่อนนั้น นักเพาะพันธุ์ปลากัดในประเทศไทยสนใจเฉพาะการพัฒนาสายพันธุ์ปลากัดลูกหม้อให้กัดเก่งเพื่อการกัดแข่งขันเป็นหลัก  ปลากัดครีบยาวหรือปลากัดจีนจึงขาดการปรับปรุงพันธุ์โดยสิ้นเชิง โดยผู้เพาะพันธุ์มุ่งจะผลิตให้ได้จำนวนมากๆ เพื่อส่งขายโดยไม่คำนึงถึงคุณภาพ จนในช่วงหนึ่งปลากัดครีบยาวจากประเทศไทยถูกจัดอยู่ในระดับคุณภาพค่อนข้างต่ำ ในพ.ศ. ๒๕๓๘  คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จึงได้เริ่มดำเนินการเพื่อพัฒนาฟื้นฟูสายพันธุ์ปลากัดในเมืองไทย โดยได้เริ่มจัดสัมมนาให้ความรู้เกี่ยวกับการปรับปรุงสายพันธุ์และมาตรฐานปลากัดในระดับสากล และได้จัดประกวดปลากัดขึ้นครั้งแรกในงานวันเกษตรแห่งชาติ ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จากนั้นมาก็มีการจัดประกวดต่อเนื่องกันมาทุกปี โดยชมรมและองค์กรต่างๆ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ส่งผลให้เกิดการพัฒนาสายพันธุ์ ทั้งปลากัดลูกหม้อและปลากัดจีน เพื่อเป็นปลาสวยงามกันอย่างเต็มที่ ทำให้ได้ปลากัดลูกหม้อที่มีสีสันสวยงาม ทั้งสีเดียว สีผสม และลวดลายต่างๆ จนในปัจจุบันรูปแบบสีสันของปลากัดลูกหม้อได้พัฒนาไปอย่างมากมายในทุกโทนสี และกลายเป็นปลาสวยงามอีกประเภทหนึ่งซึ่งเป็นที่นิยมเลี้ยงกันอย่างแพร่หลาย ประชาชนจำนวนมากหันมาประกอบอาชีพเพาะเลี้ยงปลากัด ทั้งปลากัดสำหรับกัดแข่งขันและปลากัดสวยงาม จนทำให้ปลากัดมีความสวยงาม กลายเป็นสินค้าส่งออกอย่างหนึ่งของประเทศไทย ปัจจุบันแหล่งเพาะเลี้ยงปลากัดที่สำคัญของประเทศไทยอยู่ที่จังหวัดนครปฐม  กรุงเทพฯ ราชบุรี  เพชรบุรี และนครศรีธรรมราช

ตำนานปลากัดไทย โดย รองศาสตราจารย์ ดร. ยนต์ มุสิก
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 30

ข่าวบันเทิง

ข่าวเด่นวันนี้